http://item.taobao.com/item.htm?id=4793402518&cm_cat=50016628

http://item.taobao.com/item.htm?id=4793402518&cm_cat=50016628



หุ่นยนต์เราชอบนะ
มันเท่ห์
แต่ถ้าจะเอามาขาย มันจะโฟหลไหม ตลาดจะเต้มแล้วไหม
สู้ไหม?
http://item.taobao.com/item.htm?id=5567654313

บังคับ
หุ่นยนต์ เตะบอลได้
โครตเท่ห์เลยว่ะ
http://item.taobao.com/item.htm?id=2476650731
http://item.taobao.com/item.htm?id=4565752057
http://item.taobao.com/item.htm?id=5570015693

ของเล่น Block ดูไปเหมือนพัฒนาการ ของLego
ของเล่นสร้างสรรค์ของเด็กวัยกำลังโต
ผมมีความเชื่อว่า เด็กเป็นวัยที่มีจินตนาการที่สุด
แต่ถ้าผู้ใหญ่อย่างเราๆส่งเสริมจินตนาการ ก็เหมือนติดจรวจให้เด็กเลย
เด็กที่โตมาแบบเรียบง่าย ก็เป็นปมให้ผมอยากเติมเต้มให้เด็กที่ขาดจินตนาการ
ขาดอะไรก็หา มาเติมให้เต็ม
http://item.taobao.com/item.htm?id=3147800502

หุ่นยนไฮเทคได้ออกทีวีอีกแล้ว
ชอบๆๆๆ
http://item.taobao.com/auction/item_detail-null-7643712633ec1b661711816e57faf5fd.htm

สร้างสรรค์อีกแล้ว
เอากรรไกร + เลเซอร์
ฮาๆๆ
http://item.taobao.com/auction/item_detail-null-fe204f698401cb1bae7c4b0233243109.htm

ชื่อ micky mouse ผมว่าทำออกมาเป็นอะไรก็ขายได้
นิเอาไปออกแบบผสมกับ Tranformer นี้
ตัวอย่างความคิดสร้างสรรค์ตามทฤษฎี
1+1 มากกว่า 2
ราคาก็แค้่ 13.5 หยวน
ผู้ชนะ..เป็นส่วนหนึ่งของการแก้
แต่ผู้แพ้..เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา
ผู้ชนะ..เสนอสิ่งใหม่ให้ทุกครา
แต่ผู้แพ้..สรรหาคำแก้ตัว
ผู้ชนะ..มักบอกขอฉันช่วย
แต่ผู้แพ้..ไม่เอาด้วยเรื่องปวดหัว
ผู้ชนะ..เห็นทางออกแม้มืดมัว
ผู้แพ้..เฝ้าแต่กลัวเจอทางตัน
ผู้ชนะ..รอโอกาสทองแม้ต้องยุ่ง
ผู้แพ้..มุ่งแต่เห็นร้ายที่หมายมั่น
ผู้ชนะ..ว่าทำได้ต้องฝ่าฟัน
ผู้แพ้..บอกเลิกฝัน มันยากไป
แต่ผู้แพ้ในวันนี้ จะดีกว่า ถ้าลงมือทำ
เครดิตจาก ……. ผู้อยู่แดนไกล ที่ไม่กล้าเอ่ยนาม
“เงินทุนสู้ไม่ได้”
“หน้าร้านก็เล็กนัก”
“โรงงานผลิตก็เล็กกว่าเยอะ”
“สินค้าก็ไม่เตะตา”
“สินค้าก็น้อยกว่า”
“ทำเลก็สู้ไม่ได้” Continue reading

Session นี้ฟังเพลินจนต้องเอากลับมา Blog ที่บ้าน เหอๆ

วันนี้พี่จิกขอออกตัวก่อนว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายนะครับ อึม ขนาดไม่สบายนะเนี่ย สะกดคนฟังซะ พี่จิกมี Anecdotes มาเล่าให้พวกเราฟังเพียบเลย ผมจดมาไม่หมด เลยขอหยิบมาเล่าแค่บางส่วนให้พอได้บรรยากาศ ผมเห็นแววตาของผู้ชมหลายๆ คนแล้วบอกได้เลยว่า พี่จิกคือฮีโร่ของพวกเขาจริงๆ
หัวข้อที่ทีมงานบอกพี่จิกไปก็คืออยากให้พี่จิกพูดเกี่ยวกับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ พี่จิกเปิดประเด็นด้วยการตั้งข้อสังเกตว่า คนเราทุกคนคิดตลอดเวลา ความคิดของคนเราแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด
พี่จิกเชื่อว่า ความคิดแบบที่สามนี่แหละที่เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์แล้ว ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของการมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งทาง นอกจากนี้ ความคิดสองอย่างแรกนั้นเปรียบได้กับเชื้อเพลิง ส่วนความคิดอย่างที่สามเปรียบได้กับประกายไฟ ประกายไฟเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดสิ่งใหม่ให้เชื้อเพลิงนำไปทำต่อ ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็น original จริงๆนั้นไม่มี ทุกความคิดต้องต่อยอดมาจากความคิดเดิมทั้งสิ้น จะคิดว่าโลกกลมได้ ก็เพราะมึความคิดว่าโลกแบนอยู่ก่อนแล้ว
พี่จิกพยายามทำให้เราเข้าใจง่ายๆ ต่อไปว่าความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นมาได้อย่างไรด้วยการเสนอว่า รูปแบบที่เป็นไปได้ของความคิดสร้างสรรค์นั้นมี 7 รูปแบบ เรียกว่า วิธีตีหินเจ็ดอย่าง
1.ทำลายกรอบลวงตา พี่จิกบอกว่าที่จริงความคิดของเราไม่มีกรอบอยู่แล้ว แต่เราเองที่สร้างกรอบขึ้นมา แค่หลุดออกจากกรอบลวงให้ได้ก็จะได้ความคิดสร้างสรรค์แล้ว ตัวอย่างเช่น จุด 9 จุดนี้จะลางเส้นเชื่อมถึงกันหมดโดยไม่ยกปากกาเลยได้อย่างไร คนเราจะคิดว่าการลากเส้นจะต้องลากให้เกิดมุมเฉพาะที่จุดทั้ง 9 เท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว ไม่ได้มีกฏอย่างนั้น เราคิดไปเองว่ามี เราสามารถลากเส้นได้ง่ายๆ ด้วยการสร้างมุมที่ไม่ได้อยู่บนจุดทั้ง 9 นั้น นี่ไง เราทำลายกรอบลวงตาได้แล้ว (อึม คมจริงๆ คิดได้ไงเนี่ย)

2. มองย้อนศร จากสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า พยายามมองย้อนกลับไปถึงที่มาของมันให้ได้ ก็จะได้ไอเดียใหม่ อย่างเพลงหลายๆ เพลงที่พี่จิกแต่งก็มีคอนเซปท์มาจากการมองย้อนศร
3.หนามยอกเอาหนามบ่ง ปัญหาบางอย่างใช้เป็นตัวแก้ปัญหาได้ เช่น เอสกิโมใช้น้ำแข็งสร้างเป็น igloo เพื่อป้องกันความหนาวของน้ำแข็งอีกที หรือตอนที่ 3 เอ็มคิดกาวตราช้าง กาวที่ประดิษฐ์ขึ้นมาไม่แน่นเอาซะเลย เลยเอากาวที่ประดิษฐ์ได้ไปทำกาวแบบใหม่ที่ไม่ทำให้ฝาผนังเป็นรอยแทน เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
4. จับคู่ผสมพันธ์ เช่น ก๋วยเตี๋ยว + ต้มยำ กลายเป็น ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ
5.อะไรหว่า ข้อนี้จำไม่ได้แล้ว
6.สมมตินะสมมติ เช่น สมมติเล่นๆว่า ถ้าเทวดาลงมาเกิดเป็นมนุษย์บ้างจะเป็นอย่างไร ทำให้เกิดพล็อตเรื่อง เทวดาตกสวรรค์ หนังหลายๆ เรื่อง เช่น Wall E ก็เกิดมาจากการนั่งคิดว่า “ถ้า”อย่างโน้น “ถ้า”อย่างนี้ ทั้งนั้น
7. ขีดๆ เขียนๆ ไปก่อน เดี๋ยวได้เอง เช่น เพลงเจ้าภาพจงเจริญตอนแรกพี่จิกแต่งว่า เจ้าหนี้จงเจริญ นั่งเขียนไปเขียนมาฟังดูไม่ได้ ก็เลยแก้เป็นเจ้าภาพจงเจริญ ถ้าคิดอะไรไม่ออก ขีดๆ เขียนๆ ไปก่อน เดี๋ยวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ได้เอง
มีเกร็ดน่ารู้อยู่อันหนึ่ง วันหนึ่งพี่จิกนั่งฟังคอบอลสองคนคุยกันว่าเขารู้ว่าฤดูกาลที่แล้วนักฟุตบอลของลิเวอร์พูลใช้เท้าซ้ายยิงประตูไปทั้งหมดกี่ครั้ง พี่จิกได้ยินแล้วก็ปิ๊งไอเดียว่า ถ้าใครได้ยินสองคนนี้คุยกันจะรู้สึกว่า “ไอ้นี่มันจะรู้เรื่องพวกนี้ไปทำไมว่ะ” ไอเดียนี้ทำให้เกิดรายการแฟนพันธ์แท้ขึ้นมา

ช่วงถามตอบ มีคำถามนึง ถูกใจผมมาก เขาถามว่า พี่จิกคิดอย่างไรเกี่ยวกับการรักษาวัฒนธรรมดั่งเดิมของไทย พี่จิกตอบได้ตรงใจผมมาก พี่จิกบอกว่า ปัญหาตอนนี้ของบ้านเราคือ มีคนคิดอยู่สองแบบ คือ เชย กับ เอาไว้บนหิ้ง คนที่ไม่ชอบโขนเพราะรู้สึกว่ามันเชย คนที่บอกว่าตัวเองรักษาโขน ก็บอกว่าต้องเอาโขนไว้บนหิ้งเท่านั้นห้ามดัดแปลงเด็ดขาด คิดกันอย่างนี้เลยไปไม่ได้ ตอนเริ่มทำรายการ คุณพระช่วย มีปัญหามาก เพราะคนหัวอนุรักษ์จะบอกว่า โขนจะเอามาทำรายการแบบนี้ได้ไง โขนเล่นสั้นไม่ได้ ก็ห้ามเปลี่ยนแปลงแบบนี้แหละ เด็กๆ เขาถึงได้รู้สึกว่าโขน เชย และไม่อยากดู ที่เกาหลีมีกองทุนวัฒนธรรม คือ บริษัทไหนจะเอาวัฒนธรรมเกาหลีมาสร้างหนัง สร้างละคร สามารถมาขอเงินได้เลย เขาสนับสนุนเต็มที่